วันพฤหัสบดีที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2553

เทคนิคง่ายๆลดริ้วรอยผิวแตกลาย

ก่อนอื่นเรามาดูสาเหตุของการเกิดก่อนนะค่ะ ริ้วรอย ผิวแตกลาย อาจเกิดขึ้นมาจากการคลอดบุตรหรือการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว และโดยเฉพาะกับสาวๆ ที่อายุยังน้อยแล้วเกิดปัญหาหน้าท้อง น่อง สะโพกลาย ทั้งนี้ วิธีทำง่ายๆ คือ ให้ใช้วุ้นสีขาวจากว่านหางจระเข้ ซึ่งล้างยางออกแล้วมาทาบริเวณรอยแตกลายเป็นประจำทุกเช้า- เย็น ผิวที่แตกลาย หรือริ้วรอยต่างๆ ก็จะค่อยๆ จางลง
หากไม่มีว่านหางจระเข้ เราก็สามารถใช้ใบบัวบกแทน โดยการนำมาตำคั้นเอาแต่น้ำ นำมาทาบริเวณรอยแตกลายเป็นประจำทุกเช้า- เย็น ผิวที่แตกลายจะค่อยๆ จางลงได้เช่นกันคราวนี้สาวๆ ก็สามารถอวดผิวสวยได้อย่างมั่นใจ ไร้กังวล...สาวๆ คนไหน มีปัญหาดังกล่าวก็อย่าลืมนำเทคนิคที่เราแนะนำไปใช้นะคะ

วันพฤหัสบดีที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2553

อาหารทำลายกระดูกของคุณผู้หญิง!

คุณผู้หญิงทราบไหมค่ะว่า อาหารบางอย่างที่เราทานเข้าไปก็เป็นตัวการทำลายกระดูกเราได้นะค่ะ วันนี้เราจึงมีเรื่องราวเกี่ยวกับอาหาร เครื่องดื่มที่ทำลายกระดูกมาบอกให้รู้กันค่ะ

1. ดื่มกาแฟมากกว่าวันละ 2 ถ้วย จากงานวิจัยจากกระทรวงเกษตรของสหรัฐอเมริการะบุว่า กาแฟแค่ 2 ถ้วย ก็มากพอที่จะทำให้กระดูกเปราะบางได้ เนื่องจาก คาเฟอีนในกาแฟจะทำให้ร่างกายขับแคลเซียมออกทางปัสสาวะ

2. น้ำอัดลม ทำให้เกิดภาวะกระดูกหักง่าย โดยผู้ที่ดื่มน้ำอัดลมเป็นประจำจะมีโอกาสเกิดกระดูกพรุนมากกว่า ผู้ที่ไม่ดื่ม 3-4 เท่า
แถมอีกนิดสำหรับคุณผู้หญิงที่มีอายุมากแล้ว...

ผู้หญิงที่มีอายุเกิน 30 ปีแล้วความหนาแน่นของกระดูก นอกจากจะไม่เพิ่มขึ้นแล้ว ยังเริ่มลดลงด้วย หากช่วงก่อนหน้านี้ไม่ได้บำรุงกระดูกให้แข็งแรงเต็มที่ ก็อาจทำให้กระดูกเปราะบางและแตกหักได้ง่าย โดยเฉพาะกระดูกบริเวณสะโพกซึ่งจะเจ็บปวดและทรมานมาก

ผู้หญิงในวัยหมดประจำเดือน กระดูกจะบางลงราว ๆ 2 เปอร์เซ็นต์ทุก 1 ปี ในขณะที่การกินแคลเซียมเมื่ออายุมากขึ้น ไม่ได้ช่วยความเพิ่มความหนาแน่นให้กับกระดูกแต่อย่างใด เพียงแต่ช่วยชะลอการสูญเสียปริมาตรของกระดูกลง

รู้อย่างนี้แล้ว มาดูแลกระดูกกันดีกว่า คุณผู้หญิงทั้งหลายจะได้มีกระดูกที่แข็งแรงและไม่เปราะง่าย


ที่มา : http://women.sanook.com

25 วิธี....หนีพ้นจากความอ้วน!

ความอ้วนเป็นเรื่องใหญ่สำหรับสาวๆ แต่เมื่อต้องเผชิญกับมัน เราก็ต้องรีบขจัดเจ้าไขมันเหล่านี้ออกไป วันนี้เรามีเคล็ดลับง่ายๆ ที่ช่วยให้สาวๆ หนีไกลจากความอ้วนมาฝากกันค่ะ

1.การตั้งเป้าหมายสำหรับตัวคุณเองเป็นสิ่งแรกที่คุณต้องทำ และอย่าลืมว่าการลดน้ำหนักต้องทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป อย่าเพิ่งยอมแพ้

2.ลองสังเกตดูความแตกต่างของท่าทางการรับประทานอาหาร และระยะเวลาของคนรูปร่างดีกับคนอ้วน

3.ชั่งน้ำหนักบ่อยๆ ไม่ได้ช่วยอะไรเลย มีแต่จะยิ่งทำให้หมดกำลังใจ

4.ลองถ่ายรูปก่อนเริ่มลดน้ำหนักแล้วตั้งใจทำตามที่คิดไว้ เห็นผลแตกต่างที่น่าพอใจอย่างแน่นอน

5.พยายามหากิจกรรมอื่นที่คุณสนใจมาทำ เพื่อจะได้ไม่ต้องคิดถึงเรื่องอาหาร ไม่เชื่อลองสังเกตดูสิค่ะว่า ถ้าเราได้ทำอะไรๆ ที่เราชอบเป็นเวลานานๆ เราลืมหิวไปเลยละ่ค่ะ

6.การรับประทานอาหารร่วมกันกับกลุ่มเพื่อนหรือครอบครัว ควรตักอาหารไว้ในจานแต่พออิ่ม และไม่รับประทานเพิ่มอีก

7.อย่ากังวลกับเป้าหมายที่ตั้งไว้มากเกินไปจนเครียด การลดน้ำหนักต้องใช้เวลาไม่ใช่ทำได้ภายใน 1-2 วัน ขั้นต่ำ ก็เป็นเดือน

8.การตั้งข้อห้ามไม่ให้ตัวเองรับประทานอาหารอย่างนั้นอย่างนี้ซะมากมาย ไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง "ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ"

9.อย่าทำกิจกรรมอื่นร่วมกับการรับประทานอาหาร เช่น ดูโทรทัศน์ร่วมกับการรับประทานอาหาร เพราะคุณจะรับประทานเพลินอย่างไม่รู้ตัว

10.ลองหากิจกรรมที่สามารถทำร่วมกับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน ที่น่าสนใจกว่าการรับประทานอาหารเพียงอย่างเดียว เช่น การไปเที่ยวต่างจังหวัด ดูแลบ้าน ตกแต่งบ้าน

11.ถ้าตรงหน้าคุณไม่มีอาหารวางอยู่ ก็ไม่มีเหตุผลใดที่ต้องทำให้คุณคิดถึงมัน คุณจงคิดเสมอว่าเรามีอะไรอย่างอื่นต้องทำอีกมากมายมากกว่าการกิน

12.รับประทานอาหารตามมื้อ อย่ากินจุบกินจิบตามใจตัวเอง เพราะนั้นจะนำมาซึ่งความอ้วน

13.เคี้ยวอาหารช้าๆ ให้ละเอียด คุณจะใส่ใจกับสิ่งที่รับประทานเข้าไปมากขึ้น

14.อย่าคิดอดอาหารมื้อใด เพราะมื้อต่อไปคุณจะรับประทานมากกว่าที่ควร (ข้อนี้สาวๆหลายคนมักเข้าใจผิดว่า การอดอาหารเเล้วจะผอม แต่หารู้ไม่ว่ามันการคิดที่ผิดอย่างมาก)

15.จำกัดสถานที่รับประทานอาหารไว้ที่โต๊ะอาหารเท่านั้น อย่าพยามวางไว้หลายจุดเพราะคิดว่ามันจะสะดวกเวลาคุณจะรับประทาน แต่นั้นจะเป็นการสร้างนิสัยที่ไม่ดีแก่คุณเอง เนื่องจากคุณสามารถหยิบทานตรงไหนก็ได้ แทนที่จะเดินไปกินที่โต๊ะ

16.ลองนำกระจกมาตั้งไว้ตรงหน้า แล้วสังเกตดูว่า คุณกำลังแข่งรับประทานอาหารกับใครอยู่หรือเปล่า?

17.แปรงฟันทันที หลังรับประทานอาหารเสร็จ เพื่อกำจัดความอยากรับประทานอาหารอีก

18.ซื้อของขวัญเป็นรางวัลในการลดน้ำหนักให้กับตัวเอง คุณจะได้รู้สึกว่าได้ให้อะไรกับตัวเองบ้าง เช่น ชุดใหม่สำหรับหุ่นที่ดูดีขึ้นกว่าเดิม

19.ถ้าต้องไปร่วมงานสังสรรค์ใดๆ ขอแนะนำให้คุณรับประทานอาหารไปก่อน และพยายามรับประทานอาหารในงานเลี้ยงให้น้อยที่สุด

20.การไปซื้ออาหารในซูเปอร์มาร์เก็ตควรเขียนรายการของที่จะซื้อไว้ก่อนและเลือกซื้อตามรายการเท่านั้น และขอย้ำว่าห้ามซื้อเกินจากรายการที่คุณจดไว้ เพราะแน่นอนว่าขอที่คุณจะเลือกเกินมานั้นแหละ คือ อาหารที่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คุณอ้วน

21.หลีกเลี่ยงการเข้าร่วมกิจกรรมที่จะทำให้ต้องเจอกับอาหารมากมาย เพราะคุณจะห้ามใจไม่อยู่

22.ในแต่ละมื้อที่รับประทานคุณควรตักอาหารแต่พออิ่มเท่านั้น ถ้าคุณจะกินต่อจนแน่นเพราะ อาหารอร่อย หรือเสียดายของ ก็คงรู้ใช่ไหมค่ะถึงผลที่จะตามมา

23.อย่าได้ไปเลือกซื้ออาหารเวลาที่คุณหิว เพราะเวลาคนหิยเห็นอะไรก็อยากทานไปหมด แล้วถ้าคุณซื้อมาเยอะคุณเสียดาย คุณก็จะทานมันไปให้หมดและคุณก็จะอ้วน

24.หาเหตุผลในการลดน้ำหนักให้กับตัวเองและระลึกไว้เสมอ ขณะลดน้ำหนัก นี่เป็นวิธีการให้กำลังใจที่ดีวิธีหนึ่ง เผื่อเวลาที่คุณกำลังจะหมดความอดทนต่ออาหารตรงหน้า

25. ข้อสุดท้ายที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเผาผลาญแคลอรี่ในร่างกายทำให้คุณรู้สึกสดชื่น และลดความอยากอาหารไปได้มากทีเดียว

อย่าลืมนะค่ะ การออกกำลังและรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ เป็นสิ่งสำคัญต่อสุขภาพของเรานะค่ะ สาวๆ ห้ามละเลยเป็นอันขาด....

ที่มา : http://women.sanook.com

วันเสาร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2553

อะไรอยู่ในเครื่องสำอางค์ ???



คุณผู้หญิงเคยรู้สึกงงๆ บ้างไหม เวลาที่คุณต้องอ่านฉลากแจกแจงราย-ละเอียดที่ติดอยู่บนขวดหรือกระปุกบรรจุผลิตภัณฑ์เพื่อความงามอันเป็นอมตะของผู้หญิงเรา คุณคงจะเคยนึกสงสัยบ้างว่า ครีมข้นๆ หรือน้ำใสๆ มหัศจรรย์พวกนี้ ปรุงแต่งมาจากวัตถุดิบหรือสารอะไรกัน สรรพคุณก็บรรยายเสียมากมาย แต่ทำไมเราไม่เข้าใจเลย

คุณไม่ใช่คนเดียวที่รู้สึกพิศวง งงงวยกับป้ายหรือฉลากพวกนั้นหรอก ถ้าคุณไม่ได้จบปริญญาสาขาเคมีมา คุณก็คงจะเป็นงงเหมือนกับคนอื่นๆ อีกมากมาย สาเหตุนั้นก็เป็นเพราะว่า การผลิตเครื่องสำอาง ทุกวันนี้ได้ขยับเข้าใกล้วิทยาศาสตร์หรือเทคโนโลยีชั้นสูงเข้าไปทุกที ตัวอย่าง เช่น บริษัทลอรีอัล ยักษ์ใหญ่แห่งวงการเครื่องสำอางของฝรั่งเศส มีนักวิทยาศาสตร์ประจำการอยู่ตามศูนย์ทดลองของบริษัทซึ่งตั้งอยู่ในประเทศฝรั่งเศส ญี่ปุ่น และจีน รวมแล้วกว่า 2,000 คน เป็นต้น

เนื่องจากยังไม่มีข้อบังคับหรือข้อตกลงระดับนานาชาติใดๆ ที่จะกำกับดูแลและสั่งการกับบริษัทผู้ผลิตเครื่องสำอางได้ ว่าคำศัพท์คำใดใช้ได้หรือคำใด ใช้ไม่ได้ ดังนั้น คำศัพท์ยากๆ ที่คุณเห็นแล้วเป็นงงนั้น บางครั้งก็ไม่ได้มีความ-หมายอะไรมากมาย หากเป็นเพียงลูกไม้ของบริษัทผลิตเครื่องสำอางท ี่เลือกใช้คำให้หวือหวา เพราะต้องการให้ลูกค้ารู้สึกทึ่งและประทับใจเท่านั้นเอง



คำที่เห็นกันบ่อยๆ แต่อาจจะเข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้างเพื่อเป็นความรู้ให้กับคุณๆ ดังต่อไปนี้

Antioxidantรังสีจากดวงอาทิตย์ผสมกับมลพิษต่างๆ ก่อให้เกิดอนุมูลอิสระ (free ra-dicals) ซึ่งเป็นโมเลกุลที่โลดแล่นได้อย่างเสรีในร่างกายเราและทำอันตรายต่อเซลล์ของเรา ด้วยเหตุนี้บริษัทเครื่องสำอางจึงต้องเติม สารต้านอนุมูลอิสระ หรือแอนตี้ออกซิแดนท์ เข้าไปในเครื่อง-สำอางเพื่อช่วยต่อสู้กับศัตรูตัวร้ายเหล่านั้น

ตัวอย่างวิตามินหรือสารต่างๆที่มีฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระ ได้แก่ วิตามินซี วิตามินอี ไลโคปีน (lycopene) หรือกรดอัลฟ่า ลิโปอิค (alpha lipoic acid) เป็นต้น สารเหล่านี้บางชนิดก็สังเคราะห์ในห้องแล็บได้ บางชนิดก็สกัดได้จากพืช เช่น จากชาเขียว เชอร์รี่ องุ่น เมล็ดแอปเปิ้ล ฯลฯ

Clinically proven
หมายถึง ผ่านการทดสอบทางคลินิกแล้ว คลินิกที่ว่าก็อยู่ในห้องแล็บของบริษัทเครื่องสำอางนั่นเอง ถึงอย่างไรเครื่องสำอางทุกตัวก็ต้องผ่านการทดสอบจากห้องแล็บของบริษัทผู้ผลิต ก่อนที่จะนำออกวางจำหน่ายอยู่แล้ว คำว่า proven ในที่นี้จึงไม่ได้มีความหมายพิเศษ อะไร แต่ประการใด

Non-comedogenic
โคมีโดน (Comedone) เป็นศัพท์ทางสาขาวิชาโรคผิวหนัง หมายถึงรูขุมขนอุดตัน หรือสิวหัวดำ ถ้าผลิตภัณฑ์ใดระบุว่า Non-comedogenic หมายความว่า ผลิตภัณฑ์ชนิดนั้นไม่มีส่วนผสมที่ทำให้เกิดรูขุมขนอุดตันได้

Dermatologist-testedหมายความว่า ผลิตภัณฑ์นี้ผ่านการทดสอบจากแ พทย์ผิวหนังแล้ว แต่ก็ไม่จำเป็นต้องแปลว่าแพทย์ผู้ทดสอบเห็นด้วยหรือให้การรับรองผลิตภัณฑ์ตัวนี้เสมอไป


Hypo-allergenicหมายถึง มีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดอาการแพ้ได้น้อย แต่ไม่ได้หมาย-ความว่าจะไม่ทำให้แพ้เลย ถ้าผิวของคุณมักเกิดอาการแพ้ได้ง่าย ผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่า Hypo-allergenic ก็คือทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Peptidesเพปไทด์เป็นสายสั้นๆ ของ กรดอะมิโน (amino acids) ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของโปรตีน เพปไทด์แต่ละชนิดทำหน้าที่แตก-ต่างกันไป หน้าที่อย่างหนึ่งก็คือ “การส่งสัญญาณ” เพปไทด์บางชนิดสามารถทำหน้าที่ส่งสัญญาณกระตุ้นเซลล์ผิวหนังให้ผลิตคอลลาเจนเพิ่มขึ้น เมื่อผิวหนังผลิตคอล-ลาเจนมากขึ้น ผิวก็จะแข็งแรง แน่น กระชับ และดูอ่อนเยาว์ขึ้น เพปไทด์ในครีมบำรุงผิวก็มีหน้าที่กระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนนั่นเอง

Broad spectrum
พบได้ในผลิตภัณฑ์กันแดด ฉลากที่ระบุคำว่า Broad spectrum มีความหมายว่า ผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้ช่วยปกป้องผิวจากรังสียูวีบี (UVB ทำให้ผิวไหม้ได้) และรังสียูวีเอ (UVA ทำให้ผิวมีริ้วรอยเหี่ยวย่น)

ผลิตภัณฑ์กันแดดที่ติดฉลากว่า SPF (Sun Protection Factor) จะช่วยกันรังสียูวีบี ค่า SPF ยิ่งสูง ก็ยิ่งปกป้องได้มากขึ้น ส่วนคำว่า PA++ จะช่วยกันรังสี ยูวีอ ยิ่งมีเครื่องหมาย + หลายตัว ก็ยิ่งปกป้องได้มากขึ้น ผลิตภัณฑ์กันแดดที่ระบุทั้ง SPF และ PA ก็คือ Broad spectrum นั่นเอง

Oil-Free
คำว่า oil-free ที่เห็นกันบ่อยๆหมายความว่า เป็นผลิตภัณฑ์ที่ปราศ-จากน้ำมันทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันที่ได้จากแร่ธาตุ พืช หรือสัตว์ น้ำมันที่อยู่ในเครื่องสำอางอาจจะอุดตันรูขุมขนและก่อให้เกิดอาการระคายเคืองได้ ดังนั้นผลิตภัณฑ์ออยล์ฟรีจึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้มีปัญหาข้อนี้

วันจันทร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2553

สูตรพอกหน้า...ลดหน้าความหมองคล้ำ



ลดหน้าความหมองคล้ำ สูตรนี้ทำอาทิตย์ละ 2 – 3 ครั้ง จะช่วยขจัดความหมองคล้ำบนใบหน้าให้ดูขาวใส วิตามิน E จะช่วยลบรอยด่างดำพร้อมกับกระชับผิว

ส่วนผสม
เนื้อส้มเขียวหวาน 1/2 ผล
วิตามิน E 1 แคปซูล
น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1. นำส่วนผสมที่เตรียมไว้มาคลุกเคล้าให้เข้ากัน
2. ล้างหน้าให้สะอาดและซับหน้าให้แห้ง
3. นำเนื้อครีมที่ได้ค่อยๆทาให้ทั่วใบหน้า นวดเบาๆ จนเนื้อส้มแตกออก
4. หลังจากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 15 – 20 นาที แล้วจึงล้างหน้าด้วยน้ำเย็น

ข้อแนะนำ
ส้มเขียวหวานเป็นผลไม้ที่หาได้ง่ายมีรสชาติทั้งเปรี้ยวและหวาน อุดมไปด้วยวิตามิน C และวิตามิน A เป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ มีฤทธิ์ช่วยป้องกันเลือดออกตามไรฟัน เสริมสร้างคอลลาเจน Collagen ช่วยทำให้แผลหายเร็ว มีกากใยจึงเป็นยาระบายอ่อนๆ น้ำส้มช่วยบำรุงผิวพรรณให้สวยเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล และสดชื่น ทั้งนี้ส้มมีการเสื่อมสลายเร็วทั้งในที่ร้อน และเย็นจึงไม่ควรคั้นน้ำส้มทิ้งไว้เพราะจะทำให้สูญเสียวิตามินได้ ฉะนั้นเราควรเก็บเป็นผลจะดีกว่า และทุกครั้งที่จะนำส้มมาใช้ควรล้างให้สะอาด และควรเลือกซื้อส้มที่ใหม่ และสดไม่มีรอยช้ำหรือเน่า

Content By
www.pooyingnaka.com

เรื่องง่ายๆที่ทำให้ผิวนุ่ม :)

ผิวกายก็ต้องดูแลให้ดีเหมือนผิวหน้านี่ล่ะค่ะ เพือให้ผิวผ่องและเนียนนุ่มเราก็ต้องดูแลให้มากขึ้นตามอายุ ไม่ยากจนเกินไป คิดซะว่าเราทำเพื่อคลายเครียดให้กับตัวเองและกับผิวด้วยค่ะ

เผยผิวใหม่
- ผลิตภัณฑ์ที่ฮิตมากๆสำหรับการผลัดผิวใหม่ก็คือ สครับ สครับมีส่วนผสมหลายๆอย่างและแต่ละอย่างก็ใช้ได้ดีกับผิวบางประเภทและบางส่วน

- สำหรับสครับเกลือ หรือที่เราเรียกกันง่ายๆว่าเกลือสปา จะใช้ได้ดีกับบริเวณที่หยาบกร้าน เช่นเข่าและข้อศอก เมื่อผิวบริเวณนี้หนาขึ้นและหยาบขึ้นเราใช้เกลือขัดให้เนียนขึ้นได้ และขาวขึ้นได้อีกเล็กน้อย

- คนที่มีผิวแห้งมากๆหรือผิวแพ้ง่าย ใช้สครับน้ำตาลจะดีกว่าค่ะ แม้น้ำตาลจะละลายได้ง่ายกว่าเกลือ แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือผิวที่เรียบขึ้นและขจัดผิวเก่าๆได้ดีค่ะ

- ขัดด้วยแปรงแห้ง ช่วยกำจัดเซลล์ที่ตายและให้ผิวที่น่าสัมผัสมากขึ้น และยังช่วยในเรื่องการกำจัดของเสีย ได้ประโยชน์หลายอย่างเลยทีเดียว




มอยซ์เจอไรเซอร์อาหารผิว
หลังจากที่ขัดผิวแล้ว อย่าลืมที่จะล็อคความชุ่มชื้นให้กับผิวเอาไว้ด้วยนะคะ

- เลี่ยงการอาบน้ำอุ่นจัดและใช้เวลานานๆ ซึ่งเป็นตัวทำให้ผิวเราแห้งขาดความชุ่มชื้น

- ใช้ครีมอาบน้ำที่มีส่วนผสมของเชียบัตเตอร์ เพื่อช่วยกักเก็บน้ำและในขณะเดียวกันก็ช่วยทำความสะอาดและเพิ่มความสดชื่นให้ผิว

- เวลาที่ดีที่สุดของการทามอยซ์เจอไรเซอร์คือหลังจากอาบน้ำ เพราะรูขุมขนเปิด หลังอาบน้ำไม่จำเป็นต้องเช็ดตัวจนแห้ง อาจจะเหลือให้ผิวหมาดๆและทาครีมหรือโลชั่น

เลือกโลชั่นสำหรับผิว
ครั้งต่อไปที่จะเลือกโลชั่นทาผิว ลองมองหาส่วนผสมที่มี alpha hydroxy, glycolic หรือ lactic acids เพราะส่วนผสมเหล่านี้เปรียบเสมือนฮีโร่ในขวดโลชั่น ซึ่งช่วยขจัดเซลล์ผิวแห้งๆออกไปได้ และระหว่างที่ทาโลชั่นก็ถือโอกาสนวดผิวไปด้วยในตัว

เวลานอนเป็นเวลาผิว
คงเคยได้ยินมาแล้วว่า วาสลีน ช่วยให้เท้าเนียนนุ่ม โดยทาวาสลีนและนวดเล็กน้อยก่อนที่จะสวมถุงเท้าแล้วเข้านอน เช่นเดียวกันกับผิว ทาเบบี้ออยส์บางๆ เป็นการเคลือบผิว และโดยเฉพาะสาวๆที่ชอบโกนขน ซึ่งการโกนขนจะทำให้ผิวแห้ง เบบี้ออยส์นี่ล่ะ ใช้ได้ดี ลองเลือกกลิ่นหอมอ่อนๆ ช่วยให้เราหลับสบายด้วยค่ะ

Content by
www.pooyignaka.com

ดูแลหน้าตามลักษณะผิว



ผิวธรรมดา
มีลักษณะเป็นผิวกระชับ อ่อนนุ่ม เรียบเนียน ไม่ค่อยเป็นสิว บริสุทธิ์สดใส ไม่มีรอยของรูขุมขนที่ใหญ่เกินไป
การดูแลรักษา
- ทำความสะอาดสิ่งสกปรกและเครื่องสำอางด้วยน้ำยาล้างหน้า หรือเรียกว่า เคล็นเซอร์ สำหรับผิวธรรมดาซึ่งมักเป็นเจลใส สามารถล้างแบบสบู่ด้วยการใช้นิ้วลูบไล้ทั่วหน้าอย่างเบามือ แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
- เช็ดด้วยโทนเนอร์ ที่ปราศจากแอลกอฮอร์ เพื่อทำความสะอาดสิ่งที่หลงเหลือจากการล้างด้วยเคล็นเซอร์ และช่วยกระชับผิว ปิดรูขุมขนไม่ให้เปิดกว้าง
- มาส์กหน้าแบบเพิ่มความชุ่มชื้น นุ่มนวลแก่ผิว ประมาณสัปดาห์ละ 2 ครั้ง
- ทามอยสเจอร์ไรเซอร์ แบบกลางวัน สำหรับกลางวัน เพื่อคืนความชุ่มชื้น และป้องกันแดด และแบบกลางคืน สำหรับกลางคืน เพื่อซ่อมแซมจากการเผชิญกับสิ่งแวดล้อมกลางวัน และเพิ่มความชุ่มชื้น


ผิวผสม (ผิวธรรมดาผสมผิวมัน)
มีลักษณะผิวกระชับและแข็งแรง บริเวณหน้าผาก จมุก และคาง (ทีโซน) มีน้ำมันเคลือบอยู่มาก เนื้องจากรูขุมขนกว้าง และต่อมไขมันใต้ผิวหนังทำงานได้มาก จึงพบว่าเกิดการอุดตัน และเป็นสิวได้ง่ายกว่า
การดูแลรักษา
- ทำความสะอาดสิ่งสกปรกและเครื่องสำอางด้วยโฟมล้างหน้า หรือเรียกว่า โฟมเจล สำหรับผิวมัน ซึ่งมักเป็นโฟม สามารถล้างโดยทำหน้าให้เปียกก่อน แล้วใช้นิ้วลูบไล้ทั่วหน้าอย่างเบามือ แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
- เช็ดด้วยโทนเนอร์ เพื่อทำความสะอาดสิ่งที่หลงเหลือจากการล้างด้วยเคล็นเซอร์ และช่วยกระชับผิว ปิดรูขุมขนไม่ให้เปิดกว้างเกินไป
- มาส์กหน้าแบบโคลน หรือสาหร่ายที่ทิ้งไว้ให้แห้งได้ เพื่อทำความสะอาดแบบล้ำลึก สามารถดูดซับน้ำมันส่วนเกินออกไป แล้วลอกออก หรือล้างออกตามคำแนะนำของผลิตภัณฑ์ ประมาณสัปดาห์ละ 2 ครั้ง
- ทามอยสเจอร์ไรเซอร์ แบบกลางวัน สำหรับกลางวัน เพื่อคืนความชุ่มชื้น และป้องกันแดด และแบบกลางคืน สำหรับกลางคืน เพื่อซ่อมแซมจากการเผชิญกับสิ่งแวดล้อมกลางวัน และเพิ่มความชุ่มชื้น


ผิวผสม (ผิวธรรมดาผสมผิวแห้ง)มีลักษณะผิวละเอียด รูขุนขนเล็ก ดูเนียนเรียบ บริเวณหน้าผาก จมุก และคาง (ทีโซน) ส่วนรอบแก้มทั้งสองดูแห้ง มีริ้วรอยย่นจากการยิ้ม หรือหัวเราะชัดเจนง่ายกว่า
การดูแลรักษา
- ขัดหน้าด้วยครีมขัดหน้าชนิดเม็ดบีชละเอียด อย่างเบามือให้ทั่ว แล้วล้างออกให้สะอาด ประมาณสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เพื่อขจัดผิวเซลที่คล้ำเสียจากการแห้งกร้าน ให้ความสดชื่นอ่อนเยาว์
- ทำความสะอาดสิ่งสกปรกและเครื่องสำอางด้วยครีมล้างหน้า สำหรับผิวแห้ง ซึ่งมักเป็นโฟม สามารถล้างโดยไม่ต้องใช้น้ำ ใช้นิ้วลูบไล้ครีมทั่วหน้าอย่างเบามือ แล้วเช็ดออกด้วยสำลีหมาดน้ำให้สะอาด โดยไม่ต้องล้างด้วยน้ำ เนื่องจากจะสะอาดกว่า และป้องกันไม่ทำให้ผิวหน้าแห้งกว่าเดิม
- เช็ดด้วยโทนเนอร์สำหรับผิวแห้ง เพื่อทำความสะอาดสิ่งที่หลงเหลือจากการล้างด้วยครีมล้างหน้า และช่วยกระชับผิว
- มาส์กหน้าแบบเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิว ประมาณสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง คืนความชุ่มชื้นแก่คุณ
- ทามอยสเจอร์ไรเซอร์ สำหรับผิวแห้ง แบบกลางวัน สำหรับกลางวัน เพื่อคืนความชุ่มชื้น และป้องกันแดด และมอยสเจอร์ไรเซอร์ สำหรับผิวแห้งแบบกลางคืน สำหรับกลางคืน เพื่อซ่อมแซมจากการเผชิญกับสิ่งแวดล้อมกลางวัน และเพิ่มความชุ่มชื้น


ผิวบอบบาง (ผิวแพ้ง่าย)
ผิวจะไวต่อสิ่งที่กระทบกระเทีอนผิวหน้า อาจเกิดริ้วรอยง่าย แห้งง่าย กร้านง่าย แดงง่าย คันง่าย มีผื่นง่าย แฟ้ง่าย ไม่ค่อยแข็งแรง
การดูแลรักษา
- ทำความสะอาดสิ่งสกปรกและเครื่องสำอางด้วยเคล็นเซอร์สำหรับผิวบอบบาง โดยใช้นิ้วลูบไล้ครีมทั่วหน้าอย่างเบามือ แล้วล้างออกให้สะอาด
- เช็ดด้วยโทนเนอร์สำหรับผิวบอบบาง เพื่อทำความสะอาดสิ่งที่หลงเหลือจากการล้างด้วยครีมล้างหน้า และช่วยกระชับผิว
- มาส์กหน้าแบบเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิว ประมาณสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง คืนความชุ่มชื้นแก่คุณ ป้องกันการแห้งแตกของผิว
- ทามอยสเจอร์ไรเซอร์ สำหรับผิวบอบบาง แบบกลางวัน สำหรับกลางวัน เพื่อคืนความชุ่มชื้น และมอยสเจอร์ไรเซอร์ สำหรับผิวบอบบางแบบกลางคืน สำหรับกลางคืน เพื่อซ่อมแซมจากการเผชิญกับสิ่งแวดล้อมกลางวัน และเพิ่มความชุ่มชื้น


ผิวกร้านเสีย จากแสงแดดกรณีที่คุณต้องสัมผัสกับแสงแดดบางคราว หรืออาจต้องทำงานกลางแดดบ้าง อาจมีริ้วรอย แห้งกร้าน มีร่องรอยคล้ำเสีย หรือมีการลอกชองผิวหน้าได้
การดูแลรักษา
- ล้างหน้าด้วยน้ำเปล่าพอเปียก ใช้ครีมขัดหน้าแบบนุ่มนวลลูบไล้เบามือให้ทั่วหน้าสัก 1 นาที เพื่อขัดผิวที่ลอกเสียออก แล้วล้างเม็ดบีชออกให้หมด
- ทำความสะอาดสิ่งสกปรกและเครื่องสำอางด้วยครีมล้างหน้าสำหรับผิวแห้ง โดยใช้นิ้วลูบไล้ครีมทั่วหน้าอย่างเบามือ แล้วเช็ดออกด้วยสำลีหมาด
- อบใบหน้าด้วยไอน้ำ ประมาณ 10-15 นาที เพิ่มความชุ่มชื้นแก่ใบหน้า
- เช็ดด้วยโทนเนอร์สำหรับผิวแห้ง เพื่อทำความสะอาดสิ่งที่หลงเหลือจากการล้างด้วยครีมล้างหน้า และช่วยกระชับผิว
- มาส์กหน้าแบบเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิว ประมาณวันละครั้ง ประมาณ 3-4 วันติดต่อกัน คืนความชุ่มชื้นแก่คุณ ป้องกันการแห้งแตกของผิว
- ทามอยสเจอร์ไรเซอร์ สำหรับผิวบแห้ง ที่มีค่าป้องกันแสงแดด (SPF) สูง แบบกลางวัน สำหรับกลางวัน เพื่อคืนความชุ่มชื้น และป้องกันแดด และเลือก และมอยสเจอร์ไรเซอร์ สำหรับผิวบอบบางแบบกลางคืน สำหรับกลางคืน เพื่อซ่อมแซมจากการเผชิญกับสิ่งแวดล้อมกลางวัน และเพิ่มความชุ่มชื้น